Vuttichai 的个人资料Ju-ve-nile >>> เรื่องร...照片日志列表更多 工具 帮助

Vuttichai

职业
地点
TheMoon  
第 1 张,共 8 张

Ju-ve-nile >>> เรื่องราวของนกหัดบิน >>>

ผู้ชายนิทรา >>>









http://forums.popcornfor2.com/index.php?showtopic=1957

...


อันความรักนั้น เราอาจกล่าวถึงมันได้ด้วยถ้อยมธุรสหรือ ???
แล้ววจีใดเล่าจะอาจหวานเท่าที่มันกำซาบในใจ ???

...



ฉันชอบช่วงเวลานี้ ...



ไม่ใช่ยามเช้าที่แดดทอแสงสีจางลอดเร้นผ่านช่องหน้าต่าง
ทอดเรือนร่างลงบนพื้นกระเบื้องที่เย็นยะเยียบมาแต่ค่ำคืน

ไม่ใช่ยามสายที่ลมประจำฤดูพัดไกวกิ่งไม้ให้ไหวระริก
สอดรับเสียงกระซาบกระซิบเกรียวกราวระหว่างก้านใบ

ไม่ใช่ยามเที่ยงที่หมู่เมฆลอยเลื่อนเคลื่อนต่ำแลสั่นไหว
สะบัดคลื่นเป็นเกลียวปลิดปลิวล่องไป ณ ทะเลเบื้องบน



ไม่ใช่ยามบ่ายที่หยาดฝนหยดน้อยบรรจงร่วงหล่นลงแตะใบหญ้า
กลิ้งไล้บนผิวสัมผัสที่อ่อนละไม ก่อนเคลื่อนกายลงจูบกับผืนดิน

ไม่ใช่ยามเย็นที่นกน้อยส่งเสียงร้องจอแจดังดุริยทำนองที่ลุ่มลึก
ขณะที่กางปีกแห่งอิสรภาพบ่ายหน้าสู่รวงรัง

ไม่ใช่ยามคืนค่ำที่พระจันทร์ทอแสงเป็นสีอ่อน
ขับราตรีกาลให้ประดับประดาไปด้วยเพชรพลอยหลากสี



หากแต่ ...


เป็นทุกเศษเสี้ยววินาทีที่กลิ่นอายของเธอลอยวนเวียนอยู่รอบตัวฉัน
แม้ในยามที่ฉันหลับฝันหรือชั่วขณะที่ฉันลืมตาตื่น

ช่วงเวลาที่ความอบอุ่นจากกายเธอโอบรัดร่างฉันไว้ในอ้อมแขน
ฝังความแนบแน่นไว้ในร่องรอยแห่งความทรงจำ


...





http://www.annexgalleries.com/cgi-bin/gallery.cgi?Photography++4001

...



ฉันยิ้มพริ้ม ....

ใบหน้าของเธอในห้วงความคิดกับตัวตนตรงหน้ากำลังซ้อนทับกัน


เหมือนความฝัน ...

หรือว่าอันที่จริงฉันยังไม่ตื่น




แต่มันกำลังจะจบลงแล้ว !!!

วันเวลาดีๆอย่างนั้นกำลังจะหมดลง


รวดเร็วและวูบไหว ...


เหมือนสายลมที่พัดกระชากแสงไฟออกจากดวงเทียน
แล้วความมืดมิดก็จะพลันบดบังดวงตา


หัวใจจะมืดบอดเช่นเดียวกับกลางคืนที่ไร้แสงจันทร์
ในวันที่ฟ้าปิด แม้ดาวสักดวงก็จะมิอาจส่องแสง



หากว่ามันเป็นเพียงความฝัน ...


ฉันจะลืมตาตื่นขึ้นตอนนี้เลยดีไหมนะ ???


มันคงจะดีกว่าการถูกปลุกขึ้นจากความหอมหวาน
อันยากจะเสแสร้งว่าลืมเลือน ...



แล้วฉันล่ะ มีแรงพอที่จะยกเปลือกตาขึ้นจริงหรือ ???



หรือฉันจะยอมจ่อมจมอยู่ในกองนิทรานี้ต่อไป !!!

นานเท่าที่ฉันอาจคาดฝันว่าต้องการ ...


ดั่ ง นั ก ร บ ผู้ ห นึ่ ง > >>


 




http://www.lauraloe.com/display_image.asp?cat=1

...



แปะๆๆ ๆๆ ...


เสียงเม็ดฝนหล่นลงกระทบผืนผ้าใบกันแดด
ไล่เป็นจังหวะเร่งกระชั้น
...
กระทั่งกระแทกระริกระรัวราวเสียงกลองสะบัด

ฉันแหงนหน้ามองท้องฟ้า
...
ขมุกขมัวเจือผืนเมฆสีเข้มแซมสีเทาจาง


สงครามเหนือผืนดินกำลังก่อตัวขึ้น
...
พื้นที่ใต้ผืนฟ้าถูกนำไปใช้เป็นที่ว่างแห่งสมรภูมิ

หยาดฝนกับอนุภาคของอากาศ
...
เปิดฉากเข้าโรมรันแย่งชิงอาณาเขตอันเวิ้งว้างเปลือยเปล่า

ซากศพของทั้งสองฝ่ายต่างโปรยปราย
...
ชโลมความชุ่มชื้นแก่พื้นดินเบื้องล่าง


ฉันยื่นมือออกสัมผัสความเย็นเยียบที่กำซาบเร้น
...
ผ่านโลหิตแห่งความกล้าหาญและเสียสละในโชคชะตาของเหล่านักรบ
ไหลรินหลั่งล้นผ่านช่องว่างระหว่างนิ้วประสานพุ่งดิ่งลงสู่พื้นดิน


...


ฉันก็เป็นดั่งนักรบผู้หนึ่ง
...
ดำรงชีพการรณยุทธ์อยู่ท่ามกลางการพลิกผันแห่งสรรพสิ่ง


มีจุดมุ่งหมายคือ
... ชีวิตอัน เป็นสุข
คุณค่านามธรรมที่มิอาจวัดได้อย่างวัตถุวิสัย

มี ความพึงพอใจ เป็นแรงผลักดันขับเคลื่อนการกระทำ
ล้อมรอบด้วย ขอบเขต กรอบอาณาบริเวณแห่งการแสวงหา
โดยอาศัย ความคิดอ่านและเหตุผล เป็นดังเข็มทิศอันเที่ยงตรง



เฉกเช่นสายน้ำที่กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันในกระแสสมุทร
แต่ยังคงอานุภาพในการไหลซอกซอนรอยแยกแห่งหินผา

ลอยเลื่อนและรินหล่นดั่งเมฆฝน
แยกชั้นกับน้ำมัน และมิยอมอ่อนข้อให้เปลวไฟ


มีความเป็นไป ขึ้นอยู่กับ กาละ และ เทศะ
, เหตุ และ ผล
มี ความคิดพิจารณา เป็นอาภรณ์


... การ ใช้ชีวิต ฉันเป็นเช่นนั้น ...


...


สายฝนขาดเม็ด ...

ท้องฟ้าเปลี่ยนฉากเป็นสีฟ้าระบาย
แสงแดดยามบ่ายจัดแสงอ่อนละไมให้แก่เวทีแห่งฟากฟ้า


เหล่านักรบกำลังฟื้นคืนชีพอีกครั้ง
กองทัพออกรวบรวมกำลังพลเพื่อสงครามครั้งต่อไป

อาจจะเป็นพรุ่งนี้ มะรืนนี้ หรืออาจจะคืนนี้
...


ยุคสมัยแห่งการรบแย่งชิงที่ว่าง
...
สงครามอันเกี่ยวพันถึงการดำรงอยู่ของความมีชีวิตบนโลก

ได้เริ่มต้นขึ้นอีกหนึ่งคำรบ
...


ฮื้ดดด ฮื้อออ ...

ฉันก็กำลังหายใจราดรดสมรภูมิแห่งชีวิตเช่นเดียวกัน


...

เมื่อมนุษย์ถูกสาปให้มีเสรีภาพ >>>




 

แทนยังรักเราไหม ???
...


ยังรักไหม ???
...


คำพูดกระชากความรู้สึกในจังหวะที่อารมณ์ถูกบีบคั้นมาถึงจุดสูงสุด
ทำให้เกือบต้องหลั่งน้ำตาออกมา ...


"
มนุษย์มีเสรีภาพในการเลือก" คือ เนื้อใหญ่ใจความของหนังเรื่องนี้


(
ความทรงจำจากภาพยนตร์เรื่อง

... Me myself ...

ขอให้ความรักจงเจริญ)


...



ในวันเวลาแห่งกาลปัจจุบัน ...


มนุษย์เราทำตัวประหนึ่งนักโทษที่ถูกร้อยรัดไว้ด้วยโซ่ตรวน
ถูกพันธนาการและคุมขังไว้ในทัณฑสถาน

ความเชื่อ วิถีประชา จารีตประเพณี บรรทัดฐาน และกฎหมาย


ตลอดจนกระแสสังคม ทั้งที่สมเหตุสมผลและ ...ไม่สมเหตุสมผล ...
ทำให้เราขาดเสรีภาพอย่างแท้จริง (Real Free)
อิสระของเรามีเพียงในขอบเขตที่คนในสังคมได้ล้อมกรอบเอาไว้


เหล่านั้นทำให้คุณค่าความเป็นมนุษย์ของเราลดลงไปหรือเปล่า

???

แน่นอนว่าหากเป็นตามแนวความคิดของพวกอัตถิภาวนิยม (Existentialism) 
ที่เชื่อว่า ...


มนุษย์ถูกสาปให้เป็นอิสระ ...

Man is condemned to be free , Jean Paul Sartre.


การริดรอนเสรีภาพดังกล่าว ...

ย่อมเป็นการทำให้ความเป็นมนุษย์ของเราด้อยค่าลงไป


แต่หากมองในแง่มุมของเสรีชนทั่วไปในสังคม
...

หากระเบียบและกฎเกณฑ์เหล่านั้นมีเพื่อประโยชน์แห่งความสงบสุข
และการอยู่ร่วมกันได้เป็นอย่างดีของคนในสังคมแล้วไซร้
ย่อมจะไม่ได้มีผลต่อความเป็นมนุษย์เลยแม้แต่น้อย



อย่างไรก็ดี ปรากฏว่ามีหลายกฎหลายเกณฑ์
หลายกระแสความเชื่อและความเห็น ...

ที่ดูจะไม่ได้เป็นไปในทางเพื่อประโยชน์สุขแห่งสังคมมนุษย์

หากแต่เป็นเพียงการ ...ให้ค่ากับบางสิ่งบางอย่าง... ที่คนส่วนใหญ่เห็นพ้อง
แม้ว่ามันจะไม่ได้ขัดต่อจริยธรรมและความสงบสุขเลยก็ตาม

เหล่านั้นย่อมทำให้คุณค่าความเป็นมนุษย์ของเราต่ำลง
อย่างเลี่ยงมิได้

และยากที่จะปฏิเสธ ...


หากแต่เราก็ไม่เคยดื้อดึงที่จะหลีกหนีภาวะแห่งการจองจำ
หรือแม้จะเคยมีความคิด ...
หากก็ไม่เคยมีแรงกำลังมากพอที่จะมีอิสรภาพ


เพราะอะไรกัน ???

หรือว่า เพียงเพราะเรายังต้องดำรงอยู่ในสังคมเท่านั้น



....


 
อะไรทำให้ศิลปะเป็นศิลปะ ???


ต้องมีคนบอกก่อนหรือเปล่าว่ามันเป็นศิลปะ มันจึงจะเป็นศิลปะ

หรือจริงๆแล้วไซร้ ... ศิลปะมีคุณค่าในตัวของมันเอง


หากแม้ศิลปะมีคุณค่าในตัวเองแล้ว และมนุษย์ผู้สร้างงานศิลปะล่ะ

มีคุณค่าในตัวเองหรือเปล่า ???



(
สิ่งระลึกได้จากภาพยนตร์เรื่อง Monalisa Smile)



...



เธอเคยมีความฝัน ... และตอนนี้เธอก็ยังฝันอยู่

                                                         

                                                              By Juvenile
_________________________________________

 

เธอเคยมีความฝัน ... และตอนนี้เธอก็ยังฝันอยู่
เธอฝันว่าอยากมีร้านรับจัดดอกไม้เป็นของตัวเอง
และมีแผนกสำหรับขายเบเกอรี่เล็กๆอยู่ที่อีกส่วนของร้าน

เธอเคยมีความฝัน ... และตอนนี้เธอก็ยังฝันอยู่
เธอฝันว่าสักวันฝันของเธออาจจะเป็นจริงขึ้นมา


...



เธอเคยมีความฝัน
... และตอนนี้เธอก็ยังฝันอยู่
แต่ความฝันของเธอวันนี้มันช่างแตกต่างไปจากในอดีตที่เลยผ่าน

ทั้งที่เนื้อหาของความฝันนั้นแทบจะไม่ได้เปลี่ยนไปจากวันวาน
แต่ดูเหมือนว่า ระยะทางเพื่อไปถึงความฝันกลับไกลห่างออกไปทุกที


กำแพงที่ตัวเธอเองสร้างและคนรอบข้างล้อมกรอบขึ้นมา
ทำให้เธอต้องใช้พละกำลังอย่างมหาศาล
เพื่อที่จะปีนออกไปสู่เส้นทางแห่งความฝัน

จนเธอยอมถอดใจตั้งแต่ต้น
และปล่อยให้ความฝันนั้นยังคงเป็นแค่ความฝันต่อไป


...


ตอนเด็กๆเราเคยมีความฝันที่มากมาย
ทั้งที่เป็นจริงได้และอยู่ในห้วงแห่งจินตนาการ

แต่เมื่อเราเติบโตขึ้น รับรู้ตามความเป็นจริงมากขึ้น
ความฝันของเราก็กลับลดน้อยถอยลง
จนสำหรับบางคนมันได้เหือดแห้งไปจนกระทั่งไม่หลงเหลืออยู่


น่าเสียดายที่การเป็นผู้ใหญ่ ทำให้เราสูญเสียสิ่งที่มีค่านั้นไป


...


ฉันถามเธอว่า ... แล้วทำไมไม่คิดที่จะทำความฝันให้เป็นจริงขึ้นมา ???

เธอหัวเราะเล็กๆก่อนที่จะตอบ ...

รอให้สักวันเธอไม่มีงานทำและมีเงินพอเสียก่อน
แล้ววันนั้นเธออาจจะมุ่งหน้าไปสู่ความฝันนั้นอีกครั้ง


ดูเหมือนใบปริญญาบัตรและโลกแห่งความเป็นจริง

จะเป็นตัวยื้อแย่งความฝันไปจากเธอสินะ

หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะตัวเธอเองที่ยินยอมในพันธนาการนั้น


...


เธอเคยมีความฝัน ... และตอนนี้เธอก็ยังฝันอยู่
แต่เธอคงรู้สึกว่าความฝันเป็นแค่เรื่องของเด็กๆที่เปี่ยมไปด้วยจินตนาการ

ความฝันกับความจริงมันยากที่จะกลายมาเป็นเรื่องเดียวกัน
เธอคงคิดเช่นนั้นใช่ไหม ...


มาถึงตรงนี้ฉันคงทำอะไรได้ไม่มาก
คงได้เพียงแต่หวังว่าฝันของเธออาจจะเป็นจริงขึ้นมาในสักวัน



_________________________________________

http://themoon.diaryclub.com

 

ลมหนาวพัดหวีดหวิว กรีดใจปลิวไปตามลม


                                                                             By Juvenile
____________________________________________



แม้อุณหภูมิของอากาศในช่วงปลายปี ...
จะปรับสูงขึ้นจากที่เคยเป็นในตอนต้นฤดูหนาวเพียงเล็กน้อย
แต่ผมก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลง
จากซอกนิ้วที่แฉะชื้นไปด้วยเหงื่อที่มากผิดปกติต่างจากช่วงสัปดาห์ก่อน

นับถอยหลังไปอีกไม่ถึงยี่สิบวันแล้วที่ปฏิทินแผ่นสุดท้าย ...
จะถูกโยนทิ้งไปพร้อมกับแกนโลหะที่ใช้ยึดมันไว้
ซึ่งปฎิทินตั้งโต๊ะอันใหม่ก็จะถูกนำมาตั้งโชว์หราแทนที่
เตรียมพร้อมที่จะถูกทำเครื่องหมายและจดบันทึกเล็กๆน้อยๆสำหรับปีถัดไป

ถึงตอนนั้นก็ได้แต่หวังว่าจะมีแต่สิ่งที่ดีๆก้าวเข้ามาในชีวิต
ทั้งที่ไม่มั่นใจเลยว่าสิ่งร้ายๆซึ่งวนเวียนรายล้อมรอบกายอยู่เดิมนั้น
จะถูกพัดพาออกไปพร้อมกับการก้าวข้ามสู่ศักราชใหม่

อย่างน้อยก็คงจะมีความทุกข์ทนอยู่สองสามประการกระมัง
ที่แน่ใจได้เลยว่ามันจะเดินทางไปพร้อมกับวันเวลาที่หมุนวนไปข้างหน้า
โดยไม่แยแสกับฤดูกาลที่กำลังผันเปลี่ยนพร้อมกับโลกที่กำลังหมุนต่อไป



มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ... กิริยาท่าทางอันนิ่งเฉยแสนเย็นชาเช่นนั้น
เกิดขึ้นพร้อมๆกับวันที่ลมหนาวเริ่มต้นพัดโบกโบยยอดไม้ในปีนี้หรือเปล่า
หรือว่าเป็นเวลาหลังจากฤดูร้อนอันแสนยาวนานที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้า
หรือ ... มันจะเกิดขึ้นและดำเนินมาเนิ่นนาน เพียงแต่ว่าไม่เคยถูกสังเกตเลยสักครั้ง

ความจริงเป็นเช่นไรนั้นไม่อาจรู้ได้ ...
นอกจากเจ้าตัวผู้แสดงพฤติกรรมดังกล่าวจะเอื้อนเอ่ยถึงความเป็นมาของมัน
ซึ่งบางทีแม้แต่ใครคนนั้นอาจจะยังไม่แน่ใจเลยว่ามันเริ่มต้นขึ้นได้อย่างไร

แต่ไม่ว่ามันจะเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อไหร่หรือเกิดขึ้นได้อย่างไร
ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่สลักสำคัญมากนัก
เพราะสิ่งที่ทำให้ผมต้องทนทุกข์ทรมานใจอย่างหนักนั้น
เป็นเรื่องที่เค้าแสดงพฤติกรรมเช่นนั้นกับใครมากกว่า



ร่างกายของผม มันชาตั้งแต่ใบหน้าลามลงไปจนถึงปลายเท้าทั้งสองข้าง
ตรึงอวัยวะทุกอย่างให้แข็งนิ่งอยู่ในสภาพที่ไม่อาจติงไหว
ความเฉยชามึนตึงอันเกิดขึ้นตรงหน้า ...
ส่งผลให้สมองตกอยู่ในห้วงภวังค์ชั่วครู่
ก่อนที่จะตามมาด้วยกลุ่มความคิดอันแสนสับสนวุ่นวาย
ระคนกับความรู้สึกที่มันล้นปรี่เจียนจะขาดใจแทบจะทุกวินาที

สายตาที่ว่างเปล่าแสดงออกถึงความรู้สึกที่ขาวโพลน
สีหน้าที่ไร้การรับรู้ ปราศจากการแสดงซึ่งอารมณ์
สร้างความเจ็บปวดที่มองไม่เห็นภายในหัวใจที่ห่อเหี่ยวเกินทน

หากจะทำเช่นนี้ สู้เอามีดมากรีดเนื้อแล้วลูบทาด้วยน้ำเกลือยังจะดีเสียกว่า
หรือถ้ายังไม่หนำใจ จะเอาแส้ฟาด ใช้ปลายดาบควักคว้านเครื่องใน ก็ไม่ว่ากัน
แต่ขอร้องเถอะ อย่าเอาน้ำที่แสนเย็นยะเยือกมาซัดสาด ...
ในช่วงเวลาที่อากาศมันหนาวเหน็บเหลือประมาณอีกเลย
เพราะลำพังความเงียบเหงาที่แทรกซึมอยู่ท่ามกลางลมหายใจที่เข้าออก
ก็เหนี่ยวนำเอาความซึมเศร้าเปล่าเปลี่ยวมาสู่ดวงใจมากเกินพอแล้ว



ทำไมถึงได้ใจร้ายกับผมนัก หรือเป็นเพราะสิ่งที่ผมเคยกระทำไว้ในอดีต
มันหนักหนาสาหัสจนคุณไม่อาจให้อภัยคนอย่างผมได้อีก
นี่หรือเปล่าคือสาเหตุอันเป็นจุดเริ่มต้นของความเย็นชาที่เกิดขึ้นทั้งหมด
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง มันก็คงจะสาสม เพราะตัวผมเองก็ไม่เคยยกโทษให้ตัวเองได้เช่นกัน

ถ้าอย่างนั้นก็จงทำเถอะ จงสำเร็จโทษคนๆนี้อย่างทุกข์ทรมาน
...
ให้สาสมกับความผิดที่มันเคยได้ก่อไว้
ลงโทษทัณฑ์ที่มันบีบคั้นหัวใจ
ให้ความทุกข์ระทมทรวงในมันแทรกซึมลงไปในทุกกระแสประสาทความรู้สึก
ให้จิตใจมันได้เศร้าสร้อยและสิ้นหวังกับการมีชีวิตอยู่บนโลกเบี้ยวๆใบนี้
ให้ความอบอุ่นที่เคยมีมันได้เหือดแห้งไป ...
พร้อมกับกำลังที่หัวใจจะใช้ในการเต้นต่อไปในวันข้างหน้า



บางทีตอนที่ไอเย็นสุดท้ายของฤดูกาลแห่งความหนาวเหน็บนี้สิ้นสุดลง
เปลวไฟแห่งความมีชีวิตชีวาซึ่งเคยลุกโชนอย่างริบหรี่อาจจะมอดดับ
ในเวลาเดียวกับที่ความทุกข์ตรมก็ดำเนินมาจนถึงขีดสุด
หัวใจคงสลายพร้อมกับจิตใจที่ล่องลอยอย่างคนไร้การรับรู้
มีแต่ความเย็นชาเท่านั้นที่พันธนาการทั้งร่างไว้
จูงลากเอากายที่ชอกช้ำภายในให้จมดิ่งสู่นรกแห่งความเย็นยะเยือก
ให้มันถูกแทะเล็มด้วยความสิ้นหวังอย่างช้าๆแต่เนิ่นนาน
ชุ่มแช่อยู่ในความแฉะชื้นที่หนาวสั่นไปตราบชั่วกาลนิรันดร์



..


อย่าแปลกใจที่อ่านแล้วตาลาย อย่าแปลกใจที่อ่านแล้วไม่รู้เรื่อง
อย่าแปลกใจที่ไม่สามารถอ่านได้จนจบ
และอย่าแปลกใจที่ไอ้คนเขียนมันเป็นบ้าอะไร ...


________________________________________

http://themoon.diaryclub.com